← กลับไปหน้าบทความ

10 เครื่องมือ AI ที่ทุกธุรกิจควรรู้จักในปี 2026

10 เครื่องมือ AI ที่ทุกธุรกิจควรรู้จักในปี 2026

อัปเดต Tools ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ

ตอนนี้โลกหมุนเร็วจริง แต่เราอยากให้คุณพักหายใจ แล้วอัปเดตไปด้วยกัน เลยรวบรวม Tools ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ ไว้ให้แล้วในโพสต์นี้ พร้อมคำอธิบายเข้าใจง่าย ไม่ต้องมีพื้นฐานเทคก็อ่านรู้เรื่อง ยังไม่ต้องรีบใช้ แค่รู้จักชื่อ หรือผ่านๆตาไว้ก่อน ก็ถือว่าก้าวทันไปอีกขั้น

Don't Freak Out, Just Geek Out.


Automation & Workflow Tools

ในยุคที่เราทำงานกับหลายแอป หลายระบบพร้อมกัน การ "เชื่อมทุกอย่างให้ทำงานอัตโนมัติ" กลายเป็นสกิลสำคัญที่ช่วยประหยัดเวลาและลดความซ้ำซ้อนของงานประจำได้มาก เครื่องมือในหมวดนี้จะช่วยให้คุณ ทำให้งานทำงานแทนคุณได้จริง โดยไม่ต้องเป็นโปรแกรมเมอร์

Zapier

เครื่องมือยอดนิยมที่เชื่อมต่อแอปต่าง ๆ เข้าด้วยกันได้แบบไม่ต้องเขียนโค้ดเลย เหมาะกับคนทั่วไปที่อยากเริ่มทำ automation ง่าย ๆ ภายในไม่กี่นาที

Make

เครื่องมือที่เหมาะกับคนเริ่มต้น เพราะมี visual flow มองเห็นขั้นตอนการทำงานแบบต่อเส้นเชื่อมกัน เข้าใจง่ายเหมือนต่อบล็อกเลโก้ เหมาะกับคนที่อยากเห็นภาพว่า "ข้อมูลไหลยังไง" และอยากทำ automation ที่ซับซ้อนขึ้นกว่าของ Zapier

n8n

ตัวเลือกที่ advance ขึ้นอีกระดับ เป็น open-source automation tool ที่คุณสามารถปรับแต่งได้ลึกกว่า เช่น เขียนเงื่อนไขเอง ดึงข้อมูลจาก API ภายนอก หรือเชื่อมกับระบบในองค์กร เหมาะกับคนที่อยากสร้าง workflow แบบ custom และอยากเข้าใจโครงสร้างการทำงานอัตโนมัติจริงๆ


Data & Organization Tools

ในยุคที่ข้อมูลคือหัวใจของทุกการทำงาน การ "จัดการข้อมูลให้ฉลาดขึ้น" ช่วยให้ทีมทำงานได้เร็วขึ้น เห็นภาพรวมง่ายขึ้น และลดความซ้ำซ้อนระหว่างแผนก เครื่องมือในหมวดนี้ช่วยให้คุณสร้างระบบข้อมูลของตัวเองได้ — โดยไม่ต้องพึ่งทีมไอทีเลย

Airtable

ลองนึกภาพ "Google Sheet ที่อัปเกรดเป็นฐานข้อมูล" นั่นคือ Airtable คุณสามารถเก็บข้อมูลแบบตารางได้เหมือน Excel แต่เพิ่มความสามารถด้านการเชื่อมโยง เช่น สร้างฟอร์มให้คนอื่นกรอก แล้วข้อมูลไหลเข้าตารางอัตโนมัติ, ตั้งมุมมอง (View) แยกตามแผนก / โปรเจกต์, และเชื่อมต่อกับเครื่องมือ automation อย่าง Make หรือ n8n ได้ทันที

เหมาะกับ: ทีมที่ต้องจัดการข้อมูล เช่น รายชื่อลูกค้า โปรเจกต์ วัสดุ หรือสต็อกสินค้า

Notion

เป็นทั้งที่จดงาน วางแผน และเก็บองค์ความรู้ในทีมในที่เดียว คุณสามารถใช้ Notion สร้างทุกอย่างตั้งแต่ "To-do list ส่วนตัว" ไปจนถึง "Wiki ทั้งบริษัท" และยังเชื่อมโยงกับเครื่องมืออื่นได้ด้วย เช่น Google Drive หรือ Slack

จุดเด่น: ความยืดหยุ่น — จะใช้เป็นพื้นที่ส่วนตัว หรือระบบจัดการโครงการก็ได้ทั้งคู่

💡 Airtable กับ Notion คือคู่ที่ทำงานร่วมกันได้ดีมาก พูดง่าย ๆ Airtable คือ "หลังบ้านจัดการข้อมูล" ส่วน Notion คือ "หน้าบ้านจัดระเบียบความรู้" ที่ทำให้ทีมเห็นภาพเดียวกัน


Collaboration & Design Tools

ในยุคที่ทีมงานไม่ได้อยู่ที่เดียวกันเสมอ การ "ทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์" กลายเป็นสิ่งสำคัญพอ ๆ กับตัวงานเอง เครื่องมือในหมวดนี้ช่วยให้ทีมคิด วางแผน ออกแบบ และแชร์ไอเดียร่วมกันได้อย่างลื่นไหล ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลก

Miro

คือ "ไวท์บอร์ดออนไลน์" ที่ให้ทีมมาระดมความคิด วางโฟลว์ วาดไดอะแกรม หรือวางแผนโปรเจกต์ร่วมกันได้แบบเรียลไทม์ คุณสามารถลากกล่อง เขียนโน้ต วาดเชื่อมโยง หรือแม้แต่โหวตไอเดียของเพื่อนร่วมทีมได้ในที่เดียว

เหมาะกับ: การ brainstorm, วาง user journey, วางโครงสร้างงาน, หรือสอนแบบ interactive

Figma

เครื่องมือออกแบบที่ "ออกแบบและรีวิวงานได้พร้อมกัน" ไม่ว่าจะเป็น UI/UX, โครงร่างเว็บไซต์ หรือ prototype ของแอป ทีมสามารถดู แก้ไข และคอมเมนต์บนงานเดียวกันได้แบบเรียลไทม์ — ไม่ต้องส่งไฟล์ไปมา

จุดเด่น: ความสามารถในการ "collaborate" — ดีไซเนอร์ ทีมพัฒนา และลูกค้าสามารถอยู่ในหน้าจอเดียวกันได้

💡 Figma และ Miro มักถูกใช้คู่กันในกระบวนการสร้างสรรค์ — Miro เพื่อระดมความคิดและวางแผน, Figma เพื่อออกแบบและลงรายละเอียด

Development Infrastructure Tools

หมวดนี้อาจจะดู "เทคนิค" หน่อย — ถ้าไม่ได้อยู่สาย Dev หรือ IT อาจจะไม่ได้ใช้เองโดยตรง แต่เชื่อเถอะ ว่าแค่รู้จักชื่อผ่านหูไว้ ก็ช่วยให้เข้าใจว่าโลกเบื้องหลังของเทคโนโลยีที่เราใช้ทุกวันมันทำงานกันยังไง

เบื้องหลังเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือระบบอัตโนมัติทุกอย่างที่เราใช้อยู่ทุกวัน มี "เครื่องมือสำหรับนักพัฒนา" คอยดูแลอยู่เสมอ กลุ่มนี้คือหัวใจของระบบดิจิทัล ที่ช่วยให้โปรแกรมทำงานได้ปลอดภัย เสถียร และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

GitHub

พื้นที่เก็บโค้ดและทำงานร่วมกันของนักพัฒนา (เหมือน Google Drive ของวงการโปรแกรมเมอร์) มันช่วยให้ทีมสามารถ "บันทึกเวอร์ชัน" ของงานได้ตลอดเวลา และทำงานพร้อมกันโดยไม่ทับไฟล์กัน

แม้คุณจะไม่ใช่สายเขียนโค้ด GitHub ก็มีประโยชน์ เช่น เก็บไฟล์โปรเจกต์, แชร์เอกสาร, หรือดูตัวอย่างโค้ดจากทั่วโลกได้

💡 Fun Fact: โลโก้ GitHub ชื่อว่า Octocat เป็นสิ่งมีชีวิตลูกผสมระหว่างแมว (cat) และปลาหมึก (octopus) สื่อถึง "ความยืดหยุ่น + ความสร้างสรรค์ของนักพัฒนา" เพราะแมวมีความอยากรู้อยากเห็น ส่วนปลาหมึกมีหนวดหลายเส้น เปรียบกับการทำงานร่วมกันหลายโปรเจกต์พร้อมกันได้

Docker

เทคโนโลยีที่ช่วย "แพ็กโปรแกรมพร้อมสิ่งแวดล้อม" ให้ไปเปิดที่ไหนก็ทำงานได้เหมือนเดิม แทนที่ต้องเซ็ตระบบใหม่ทุกครั้ง Docker ทำให้การพัฒนาและทดสอบซอฟต์แวร์เร็วขึ้นมาก

ถ้าพูดง่ายๆ เหมือนใส่โปรแกรมทั้งชุดลงใน "กล่อง" แล้วส่งให้ใครเปิดก็ได้ โดยมั่นใจว่าทำงานได้เหมือนต้นฉบับ

💡 Fun Fact: โลโก้ของ Docker เป็นปลาวาฬสีฟ้าที่แบกกล่องคอนเทนเนอร์ไว้บนหลัง สื่อถึงแนวคิด "ช่วยยก (carry) แอปพลิเคชันขึ้นมาทำงานได้ทุกที่" เหมือนปลาวาฬที่ว่ายไปในมหาสมุทรแห่งระบบต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ กล่องแต่ละใบบนหลังวาฬแทน "containers" ที่นักพัฒนาใช้แยกส่วนระบบให้ง่ายต่อการ deploy — เป็นสัญลักษณ์ของแนวคิด Containerization

Cloudflare

"บอดี้การ์ด" และ "ตัวเร่งความเร็ว" ให้เว็บไซต์ของคุณ ช่วยป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ (เช่น DDoS) และทำให้เว็บโหลดไวขึ้นด้วยระบบ CDN ที่กระจายอยู่ทั่วโลก

เหมาะกับ: ทั้งองค์กรและเว็บไซต์เล็ก ๆ ที่ต้องการความเร็ว ความปลอดภัย และเสถียร


🚀 อย่าเพิ่งท้อ!

โลกเทคโนโลยีมันหมุนเร็วจริง แต่เราอยู่ข้างคุณเสมอ

ถ้าอยากให้เราเล่าถึง Tools ตัวไหนแบบเจาะลึก บอกมาได้เลย เดี๋ยวจัดให้แบบเข้าใจง่ายแบบไม่ต้องมีพื้นฐาน

กด follow ไว้ แล้วเราจะค่อย ๆ เปิดโลก Tools ให้คุณแบบไม่ต้องกลัวงง